<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-1981787084189867823</id><updated>2012-01-25T23:53:39.920-08:00</updated><title type='text'>Syndrome-x</title><subtitle type='html'>เรื่องของโจ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://josyndrome-x.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1981787084189867823/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://josyndrome-x.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>W.Arnit 089-9701497</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-1981787084189867823.post-6193825510466521216</id><published>2009-08-17T21:15:00.000-07:00</published><updated>2010-08-14T22:03:44.108-07:00</updated><title type='text'>Syndrome X การต่อต้านอินซูลินคืออะไร?</title><content type='html'>คำเตือน! &lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;span style="font-size:100%;"&gt;กรุณาอย่าข้ามบทนี้ไปแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นโรคเบาหวาน&lt;br /&gt;โรคเบาหวานกลายมเป็นโรคที่มนุษย์เป็นเพิ่มมากขึ้นกว่า 35 ปีที่ผ่านมา&lt;br /&gt;มีพลเมืองเสียค่าใช้จ่ายไปกับโรคเบาหวานปีละ 150,000 ล้านเหรียญส&lt;/span&gt;หรัฐ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ความจริงที่น่าประหลาดใจก็คือว่า ครึ้งหนึ่งของผู้ป่วย 16 ล้านรายที่เป็นโรคเบาหวานไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเป็นโรคเบาหวาน&lt;br /&gt;นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผู้ที่ไม่เป็นโรคเบาหวานต้องอ่านบทนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าโรคเบาหวานจะเป็นปัญหาของร่างกายที่น่าเกรงขาม แต่ผลข้างเคียงของโรคก็มีความน่ากลัวไม่แพ้กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทำไมมีผู้คนจำนวนมากขึ้นที่กำลังเป็นโรคเบาหวาน ?&lt;br /&gt;มีวิธีการใดหรือไม่ที่สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน&lt;br /&gt;มีแน่นอนครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;เรื่องของโจ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;โจ&lt;/span&gt; อายุ 41 ปี เขามาพบผม (&lt;a href="http://www.nutritional-medicine.net/"&gt;Ray D. Strand. M.D.) &lt;/a&gt;ที่คลีนิค สำหรับการตรวจร่างกายประจำปี เขารู้สึกแข็งแรงและไม่บ่นเรื่องความผิดปกติของร่างกายใด ๆ&lt;br /&gt;โจรู้สึกว่าต้องการแค่เพีบงการตรวจสุขภาพร่างกายตามปกติ เนื่องจากไม่ได้ป่วยมาหลายปี ซึ่งในช่วงระหว่างรอการนัดหมาย เขาจงเอาเลือดไปตรวจก่อน ด้วยความที่โจรู้สึกดีมาโดยตลอด ผมจึงค่อนข้างประหลาดใจและเป็นห่วงเมื่อพบว่า เลือดของโจมี สีชมภูแทนที่จะเป็นสีแดง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อช่างเทคนิคนำเลือดไปปั่นในเครื่อง centrifuge ตัวอย่างเลือดส่วนบนดูคล้ายครีม (นั่นหมายถึงปริมาณไขมันในเลือดมีมาก)&lt;br /&gt;ผลของการตรวจจากแล็บสรุปว่าระดับคอเรสเตอรอลของโจอยู่ที่ 250&lt;br /&gt;คอเรสเตอรอล &lt;span style="font-size:85%;"&gt;HDL&lt;/span&gt; อยู่ที่ 31&lt;br /&gt;และระดับไตรกลีเซอไรด์สูงผิดปกติซึ่งมีค่าอยู่ที่ 1,208&lt;br /&gt;ระดับไตรกลีเซอไรด์ควรอยู่ที่น้อยกว่า 150&lt;br /&gt;และอัตราส่วนระหว่างไตรกลีเซอไรด์ต่อ &lt;span style="font-size:85%;"&gt;HDL&lt;/span&gt; ควรน้อยกว่า 2 ซึ่งอัตราส่วนของโจอยู่ที่เกือบ 40&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดของเขาจะเป็นปกติ แต่มันก็เป็นลางบอกเหตุให้ทราบแล้วว่า โจกำลังอยู่ในขั้น Syndrome X ซึ่งเป็นขั้นเบิกโรงก่อนที่อาการจะพัฒนาไปเป็นโรคเบาหวานนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่ว่าจะเป็นโจหรือใครหลายๆ คนคงไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับ &lt;span style="font-size:85%;"&gt;Syndrome X&lt;/span&gt; มาก่อน ดร. เจอรัลด์ รีเว่นส์ ผู้ซึ่งเป็นทั้งแพทย์และศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด ใช้คำนี้เพื่ออธิบายลักษณะของปัญหาว่า มีสาเหตุมาจากการต่อต้านอินซูลิน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เรามาดูกันถึงสาเหตุสำคัญของ Syndrome X ว่ามันทำให้เกิดการต่อต้านอินซูลินอย่างไร?&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การต่อต้านอินซูลินคืออะไร?&lt;br /&gt;แม้ว่าความจริงแล้วหลายปีที่ผ่านมาชาวอเมริกันส่วนมากจะกินอาหารที่มีคารโบไฮเดรตสูง และไขมันสูงก็ตามเป็นเวลาหลายปีผ่านมา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารที่ชาวอเมริกันรับประทานนั้นได้ส่งผลเชิงลบให้กับร่างกาย โดยที่ร่างกายของเรานั้น จะทำปฏิกิริยากับอินซูลินลดน้อยลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อินซูลินคือฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายใช้เพื่อนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์เพื่อให้เซลล์สามารถใช้ประโยชน์และเก็บอยู่ในรูปไขมัน&lt;br /&gt;หน้าที่อีกอย่างหนึ่งของร่างกายคือ การควบคุมน้ำตาลในเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้น เมื่อร่างกายสามารถทำปฏิกิริยกับอินซูลินในตัวเองได้น้อยลง มันจึงชดเชยด้วย การสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พูดง่าย ๆ ก็คือร่างกายของเราจะตอบสนองน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้นด้วยการบังคับให้เซลล์เบต้าในตับอ่อนผลิตอินซูลินเพิ่มมากขึ้นเพื่อควบคุมน้ำตาลในเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผลกระทบที่เกิดจากระดับอินซูลินที่เพิ่มสูงขึ้น ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้ ดร. เจอรัลด์ รีเว่นส์ตั้งชื่อว่า “Syndrome X”&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;· ทำให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจวายและลมปัจจุบัน&lt;br /&gt;· ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง&lt;br /&gt;· ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง (เป็นไขมันในเลือดชนิดหนึ่งนอกจากไขมันคอเลสเตอรอล)&lt;br /&gt;· ทำให้คอเลสเตอรอล HDL (คอเลสเตอรอลดี) มีปริมาณลดลง&lt;br /&gt;· ทำให้คอเลสเตอรอล LDL (คอเลสเตอรอลเลว) มีระดับเพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;· ทำให้มีแนวโน้มในการจับตัวเป็นก้อนของเลือด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่ผู้ป่วยเป็น Syndrome X อยู่หลายปี (เป็นไปได้ว่า 10 - 20 ปี) เบต้าเซลล์ของตับอ่อนจะเสียหาย และไม่สามารถผลิตอินซูลินระดับสูงได้ ในจุดนี้เมื่อระดับของอินซูลินลดลง น้ำตาลในเลือดจึงเริ่มสูงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อะไรคือสาเหตุของการต่อต้านอินซูลิน?&lt;br /&gt;สิ่งที่ชาวอเมริกันบางคนอาจไม่ทราบก็คือ คาร์โบไฮเดรตก็คือกระบวนการนำไปสู่น้ำตาลอย่างหนึ่งที่ร่างกายดูดซึมในระยะต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณทราบหรือไม่ครับว่า ขนนปังขาว แป้งขาว พาสต้า ข้าว และมันสามารถให้น้ำตาลกับกระแสเลือดได้เร็วกว่าน้ำตาลที่ใช้ปรุงอาหาร มันเป็นเรื่องจริงครับ ความจริงเหล่านี้ทำให้อาหารดังกล่าวได้รับขนานนามว่า high-glycemic&lt;br /&gt;แต่ในทางตรงกันข้าม อาหารจำพวกถั่วเขียว Brussels sprouts มะเขือเทศ แอปเปิ้ล และส้ม จะนำน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้ากว่ามากๆ ซึ่งเราเรียกอาหารเหล่านี้ว่า low-glycemic&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พลเมืองในประเทศของเรามีแนวโน้มบริโภคอาหารประเภท high-glycemic ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างรวดเร็ว และกระตุ้นการปล่อยอินซูลิน เมื่อน้ำตาลในเลือดลดลงเราจึงรู้สึกหิว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นเราจึงกินขนมจุกจิกหรือกินอาหารมื้อใหญ่ ซึ่งทำให้กระบวนการทั้งหมดเริ่มต้นอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่เวลาผ่านไประยะหนึ่ง การปลดปล่อยอินซูลินถูกปล่อยมากจนเกินไปจนทำให้ร่างกายของเราทำปฏิกิริยากับมันน้อยลง ในการที่ร่างกายจะสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ตับอ่อนจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผลิตอินซูลินให้มีระดับที่สูงขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ดังนั้นระดับของอินซูลินที่สูงขึ้นนี่เองจึงเป็นสาเหตุของความเสียหายต่อการเปลี่ยนแปลงระบบเผาผลาญ ซึ่งเกี่ยวโยงกับการเกิด Syndrome X&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะรู้ได้อย่างไรว่าร่างกายอยู่ในขั้น Syndrome X&lt;br /&gt;ตัวอย่างต่อไปนี้คือการทดสอบอย่างง่าย หากคุณมีระดับของไตรกลีเซอไรด์ที่ 210 และมีระดับคอเลสเตอรอล HDL ที่ 30 นำ 210 มาหารด้วย 30&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ซึ่งมีค่าอัตราส่วนเท่ากับ 7 นั่นหมายความว่าอัตราส่วนมีค่ามากกว่า 2&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณสามารถสรุปได้ว่าคุณกำลังเข้าสู่ภาวะต่อต้านอินซูลินหรือเข้าขั้น Syndrome X&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อใครสักคนหนึ่งมีอาการต่อต้านอินซูลิน แพทย์ควรแนะนำและสนับสนุนให้เขาเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต อย่างที่ผม (&lt;a href="http://www.nutritional-medicine.net/"&gt;นพ.Ray D. Strand, M.D&lt;/a&gt;.) ได้กล่าวไปแล้วก่อนหน้า เพราะในกระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่หลอดเลือดหัวใจกำลังเริ่มถูกทำลาย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ดีสภาวะต่อต้านอินซูลินสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในจุดนี้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรรอจนกว่าผู้ป่วยจะเป็นโรคเบาหวานอย่างเต็มขั้น&lt;br /&gt;เมื่อผู้ป่วยบำบัดตัวเองเพื่อลดทอนอาการต่อต้านอินซูลินด้วยวิธีการง่ายๆ นั่นคือการเปลี่ยนวิธีการดำรงชีวิต นอกจากเขาจะสามารถปกป้องความเสียหายในเส้นเลือดได้แล้ว ยังสามารถหลีกเลื่ยงโรคเบาหวานได้เช่นกัน นี่คือการรักษาเชิงป้องกันอย่างแท้จริง การดำรงชีวิตให้สุขภาพแข็งแรงโดยปราศจากยาจะสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตคุณ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(ติดตามตอนต่อไป)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แหล่งอ้างอิงจากหนังสือ: What your doctor doesn't know about nutritional medicine may be killing you โดย &lt;a href="http://www.nutritional-medicine.net/"&gt;น.พ.เรย์ ดี แสตรนด์ Ray D.Strand, M.D.&lt;/a&gt;&lt;a href="http://www.nutritional-medicine.net/"&gt;Ray &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;D.Strand, M.D.&lt;br /&gt;P.O. Box 9226Rapid City, SD 57709&lt;br /&gt;www.nutritional-medicine.net&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/1981787084189867823-6193825510466521216?l=josyndrome-x.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://josyndrome-x.blogspot.com/feeds/6193825510466521216/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://josyndrome-x.blogspot.com/2009/08/syndrome-x.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1981787084189867823/posts/default/6193825510466521216'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/1981787084189867823/posts/default/6193825510466521216'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://josyndrome-x.blogspot.com/2009/08/syndrome-x.html' title='Syndrome X การต่อต้านอินซูลินคืออะไร?'/><author><name>W.Arnit 089-9701497</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
